การยื่นภาษี เป็นหนึ่งในหน้าที่ ๆ คนวัยทำงานอย่างเรา ต้องยื่นเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าจะเป็นรายได้ทั้งจากงานประจำ, งาน freelance รวมไปถึงรายได้ในช่องทางอื่น ๆ สำหรับคนที่มีรายได้สูง แน่นอนว่าจำนวนเงินในการเสียภาษีก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อย่างไรก็ตามภาครัฐเองนั้นมีช่องทางในการลดหย่อนภาษีถึง 4 หมวดด้วยกัน ซึ่ง Classwin ได้สรุปมาให้แล้ว
หมวดที่ 1 ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
ค่าใข้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท
คู่สมรส 60,000 บาท
ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท
หากมีบุตรสามารถลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท
หากมีบุตรคนที่ 2เป็นต้นไป ที่เกินตั้งแต่ปี 2561 สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
ค่าเลี้ยงดูบิดา มารดา คนละ 30,000 บาท
ค่าดูแลผู้พิการ คนละ 60,000 บาท
หมวดที่ 2 ค่าลดหย่อนในกลุ่มของการซื้อประกันและการลงทุน
ส่วนนี้จะรวมกันได้ไม่เกิน 100,000 บาท
ตัวอย่างเช่น
ประกันสังคม ไม่เกิน 9,000 บาท
ประกันสุขภาพ ไม่เกิน 25,000 บาท
ประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันสุขภาพบิดา มารดา ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นต้นค่ะ
หมวดที่ 3 ค่าลดหย่อนที่เกิดจากเงินบริจาค
ซึ่งหมวดนี้จะแบ่งออกเป็น
เงินบริจาคทั่วไป สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10%
เงินบริจาคให้พรรคการเมือง ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม ประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10%
หมวดที่ 4 ค่าใช้จ่ายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
ประกอบไปด้วย
ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าลดหย่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น สินค้า OTOP, สินค้าหมวดหนังสือ, สินค้าและบริการที่มี VAT โดยยอดไม่เกิน 40,000 บาท
จะเห็นได้ว่าหากเรา วางแผนในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยทำให้ค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีลดลงได้ไม่มากก็น้อย